Uncategorized

“สวดมนต์” พิชิตกรรมได้อย่างไร ?

การสวดมนต์ เป็นกุศลเจตนา เป็นที่มาแห่งบุญได้ถึง 3 ทางคือ

  1. ทานมัย บุญจากการให้ทาน เพราะได้อุทิศความดีจากการสวดมนต์ให้แก่สรรพสัตว์ไม่เลือกหน้า
  2. สีลมัย บุญจากการรักษาศีล เพราะขณะสวดมนต์ จะสำรวมตนให้เรียบร้อยทั้งทางกาย-วาจา
  3. ภาวนามัย บุญจากการฝึกฝนอบรมใจ เพราะขณะที่สวดมนต์นั้น จิตของเราจะไม่ฟุ้งซ่านหวั่นไหว มีใจเป็นสมาธิตั้งมั่น เป็นบาทฐานให้เกิดปัญญาต่อไป 

และในทางพุทธศาสนาก็กล่าวว่า สิ่งที่จะช่วยยับยั้งผลของกรรมชั่วต่างๆ ที่กำลังไล่ล่าผู้ทำนั้น ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะช่วยยับยั้งได้ 

นอกจากสิ่งที่เรียกว่า “บุญ” คือ กุศลความดีงามต่าง ๆ นั่นเอง เมื่อการสวดมนต์ เป็นการสร้างความดีพร้อมทั้งทางกายวาจาใจ
ทั้งยังสงเคราะห์เข้าในเรื่อง “บุญกิริยาวัตถุทั้ง 3 นั้น” จึงเป็นที่เชื่อกันว่า สามารถที่จะช่วยลดแรงแห่งกรรม โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นกรรมชั่วไม่ดีได้ 

แต่การสวดมนต์ ก็ใช่ว่าจะช่วยให้พ้นทุกข์ ได้ทุกกรรมไป ดังที่ท่านพระนาคเสนเถระ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ มิลินทปัญหาว่า
พระปริตรที่สวดนั้น จะไม่คุ้มครองป้องกันด้วยเหตุ 3 ประการ คือ 

  1. ถูกแรงกรรมปิดกั้น 
  2. ถูกแรงกิเลสปิดกั้น 
  3. มีจิตไม่เชื่อมั่นในพระปริตร 

จากคำของท่านพระนาคเสน ก็ชี้ให้เห็นถึงเรื่องการสวดมนต์ดับกรรมว่า

  1. กรรมบางอย่างพระปริตรก็รักษาได้ 
  2. กรรมบางอย่างพระปริตรก็ไม่อาจคุ้มครองรักษาได้

นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่มักจะได้รับคำถามเป็นประจำ ก็คือ เรื่องการทำความดี เพื่อชะลอผลกรรมหรือตัดกรรม
บางท่านก็ได้แสดงความเห็นว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะกรรมมันตัดไม่ได้
เจอคำถามนี้ทีไรเป็นได้อธิบายกันยาว 

ในที่นี้ขอกล่าวเพียงสั้น ๆ เป็นเบื้องต้นว่า ในทางพระพุทธศาสนาว่าถึงกรรมข้อ 1 คือ
อุปฆาตกรรม แปลว่า กรรมตัดรอน คือ  ตัดรอนผลของกรรมอื่นที่จะตามให้ผล
เช่นตัวอย่างท่านพระองคุลิมาล แม้ท่านจะฆ่าคนมาก่อนบวช แต่เพราะมีบุญความดีที่ยิ่งใหญ่
จากการได้สำเร็จพระอรหันต์ เลยไม่ต้องไปรับผลกรรมในนรกเป็นต้น 

ส่วนในเรื่องการให้ผลกรรมโดยเฉพาะกรรมชั่ว ถ้าจะให้เข้าใจกันง่าย ๆ หากอุปมากรรมชั่วที่ให้ผลผลิตร้อน ก็คงเหมือนเราทานพริกเข้าไป  แล้วรู้สึกว่าเผ็ด
ความเผ็ดของพริกก็แตกต่างกันอีกตามชนิดของพริก แต่ทีนี้ เมื่อเรารู้สึกเผ็ด
เราก็มักจะหาวิธีที่จะทำให้หาย ด้วยการทานน้ำเย็น ๆ บ้าง อมน้ำแข็งบ้าง บ้วนปากบ้าง ก็ค่อย ๆ ทำให้ความรู้สึกเผ็ดร้อนจางหายไป 

ถามว่า ยังมีพริกอยู่ในร่างกายเราไหม ก็ยังมีอยู่ไม่ได้หาย เพียงแต่มันไม่มีผลเป็นความผิดร้อนแล้ว
นี่อุปมากันแบบชาวบ้านทั่วไป แต่ถ้าว่ากันตามหลักฐานในคัมภีร์ ท่านก็อุปมาการให้ผลกรรมชั่วนี้
ก็คล้ายกับเกลือว่าจะเค็มมาก หรือน้อย หรือไม่เค็มเลย ก็อยู่ที่ปริมาณน้ำที่เติมลงไป 

ฉะนั้น สิ่งที่เป็นบุญจงทำให้มากไว้ จะได้มีสิ่งช่วยต้านแรงกรรมอีกทาง 

ดังนั้น เมื่อการสวดมนต์เป็นกุศลความดี จึงย่อมมีมือแห่งบุญ ที่จะช่วยหนุนท่านให้พบสิ่งดีแน่แท้ ขอเพียงแต่ตั้งใจสวดให้จริง


จากหนังสือ “สวดพระปริตรพิชิตกรรม” หน้าที่ 14-16  รายละเอียดหนังสือคลิกที่นี่  Click

 

สวดพระปริตรพิชิตกรรม